ทำไมลิเวอร์พูลถึงยังหาความสม่ำเสมอในการทำประตูในพรีเมียร์ลีก
วิเคราะห์สาเหตุที่ลิเวอร์พูลทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้น้อยกว่าการแข่งขันอื่น พร้อมสถิติเปรียบเทียบและมุมมองเชิงยุทธศาสตร์
สถานการณ์ล่าสุด: ตัวเลขบ่งชี้ท้าทายในการทำประตูของลิเวอร์พูล
ตามรายงาน BBC Sport ลิเวอร์พูลทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้เพียง 9 ประตูจาก 7 นัด ในขณะที่พวกเขายิง 15 ประตูจาก 4 เกมในฟุตบอลถ้วยฤดูกาลนี้ ขณะที่คู่แข่งในพรีเมียร์ลีกอย่าง เบรนท์ฟอร์ด มี 23 ประตู และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้ 20 ประตู ถือเป็นความต่างที่ชัดเจนในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลนี้
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ลิเวอร์พูลมี ผู้ทำประตูถึง 10 คน ในฤดูกาลนี้ ซึ่งสะท้อนถึงการพึ่งพาแนวรุกหลายคนมากกว่าการพึ่งพาผู้เล่นหลักเพียงคนเดียว ขณะเดียวกัน xG ในลีกคาดหวังว่าพวกเขาจะยิงได้ประมาณ 10.9 ประตู ซึ่งสะท้อนว่าอัตราการเสี่ยงและโอกาสการทำประตูอาจสูงขึ้นหากทีมสร้างจังหวะได้สม่ำเสมอ
ในด้านการแข่งขันยุโรปและคาราบาวคัพ ลิเวอร์พูลทำผลงานได้ดีกว่า โดยมีการทำประตูรวมกันมากใน 3 เกมแชมเปี้ยนส์ลีกและคาราบาวคัพที่พบ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในเกมรุกเมื่อหลุดจากกรอบบล็อกแนวรับต่ำ (low block)
ปัจจัยเชิงกลยุทธ์และคู่ต่อสู้: บล็อกต่ำส่งผลต่อสถิติการทำประตู
การพบกับทีมที่ตั้งรับแนวต่ำมีผลต่อโอกาสทำประตูของ ลิเวอร์พูลมากกว่าการเผชิญกับคู่แข่งที่เปิดพื้นที่มาก คลับของ อันดอนี ไอราโอลา เปิดเผยว่าบล็อกต่ำช่วยให้พวกเขาคุมจังหวะและพื้นที่ในครึ่งสนามตรงข้ามได้มากขึ้น แต่ในพรีเมียร์ลีกพวกเขาเจอรูปแบบการตั้งรับที่ต่างไป ซึ่งบางเกมทำให้ต้องพยายามหาวิธีเปิดพื้นที่ในกรอบเขตโทษมากขึ้น
สัดส่วนการเผชิญกับบล็อกต่ำของลิเวอร์พูลสูงถึง 28% ของเกมลีก ซึ่งสูงกว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้หรือสโมสรอื่นๆ ในลีก ขณะที่ บล็อกสูง ที่พวกเขาเจอนั้นมีเพียง 15% ของเกม ไม่แปลกใจที่สถานการณ์ในลีกจะมีลักษณะต่างจากความราบรื่นในการเล่นในรายการอื่น
นักวิเคราะห์มองว่าแนวทางของ Iraola สร้างความได้เปรียบในบอลยุโรปที่พื้นที่ว่างมากขึ้น แต่ในพรีเมียร์ลีกที่ทีมใช้ระบบบล็อกต่ำและการอัดการเล่นในพื้นที่ของตัวเอง อาจทำให้การเปลี่ยนสนามและการสร้างโอกาสช้าลง นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า front-foot style ของทีมอาจต้องการผู้เล่นรุกที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองต่อความเข้มข้นของลีก
แนวทางและความคาดหวัง: เสริมทัพและแผนการเล่นเพื่อให้แนวรุกคลิก
หลายฝ่ายชี้ว่าการเสริมทัพที่เน้นคุณภาพเกมรุกและการทำงานร่วมกับแนวรุกหลายคนจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำประตูในลีก ตัวอย่างการยืนตำแหน่งผู้เล่นอย่าง Alexander Isak, Florian Wirtz, Bradley Barcola, Cody Gakpo, Victor Munoz และ Rio Ngumoha แสดงถึงความตั้งใจในการเพิ่มความหลากหลายในการเปลี่ยนจังหวะเกมในแนวรุก
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าแนวโน้มบล็อกต่ำยังคงเป็นแนวทางที่คู่ต่อสู้ชอบใช้งานกับลิเวอร์พูล แต่สตาฟฟ์และผู้เล่นต้องค้นหาวิธีสร้างพื้นที่ในกรอบเขตโทษโดยไม่เสียความเป็นทีม เมื่อจังหวะจะมาถึง การมีคะแนนรวมที่สูงขึ้นคาดว่าจะมาพร้อมกับการสร้างโอกาสที่มีคุณภาพและการเสริมความคมในแดนหน้า
สำหรับโปรแกรมถัดไป ลิเวอร์พูลมีนัดพบกับ เบร Brighton ในบ้านและ อาร์เซนอล แชมป์เก่า ซึ่งจะทดสอบความสามารถในการเปลี่ยนแนวทางและการทำประตูให้ได้ตามเป้า
สรุปและความคิดเห็นของผู้เขียน
สรุปแล้ว ลิเวอร์พูลยังมีศักยภาพในการทำประตู แต่ความต่างของลีกกับบอลถ้วยและแนวรับของคู่แข่งทำให้สถิติในพรีเมียร์ลีกดูท้าทาย โดยมีสัญญาณว่าเมื่อพื้นที่ในแนวรุกคลายตัวและการประสานงานในแผงหน้าเข้าที่มากขึ้น จำนวนประตูจะเพิ่มขึ้นได้ โดยการเสริมทัพที่เน้นคุณภาพและวางระบบที่เหมาะสมจะเป็นกุญแจสำคัญในการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากนี้
ความคิดเห็นของผู้เขียน: ความท้าทายครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นบททดสอบที่ชัดเจนว่าทีมจะปรับตัวอย่างไรเพื่อให้โมเมนตัมในลีกกลับมา และการวางแผนระยะยาวรวมถึงการยกระดับคุณภาพเกมรุกจะเป็นตัวกำหนดทิศทางอนาคตของลิเวอร์พูล
ที่มา: BBC สปอร์ต






